Thursday, April 28, 2022

บางทีก็ต้องคิดกลับมุมบ้าง คิดจากหลังมาหน้าบ้าง

 สถานการณ์ระบาดของโรคในปัจจุบัน ทำให้หลายๆ คนต้องทำงานที่บ้าน การทำงานที่บ้านนี่ก็ดีทำให้กลับมาดูว่าบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ใช่เอาเวลาทั้งหมดไปให้กับที่ทำงานอย่างเดียว จนฝากบ้านไว้กับบ้าน


คราวนี้เวลาทำงาน หลาย ๆ คนทำงานแบบอยู่บ้านด้วยการตั้งหน้าตั้งตาประชุม ประชุม และก็ ประชุม เพราะเข้าใจว่าต้องประชุมแล้วจึงจะทำงานได้

แต่ในยุคที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทำให้พบว่า ถ้าประชุมให้น้อยลง ประชุมที่จำเป็น จัดการเวลาประชุมให้เหลือน้อยลง เราจะได้งานที่มากขึ้น


ดูอย่างการเดินรถไฟ การเดินเรือ ถ้ามัวแต่มาประชุมกัน คนก็จะไม่ได้ทำงานของแต่ละคนที่ควรทำ และถ้าเราสามารถสื่อสารกันได้ระหว่างทำงาน เราจะประชุมแค่เริ่มต้น กำหนดนโยบาย ทิศทาง วิธีการทำงานไว้ร่วมกัน แล้วที่เหลือแค่สื่อสารกัน ไม่ใช่เรียกประชุม เราก็จะไปถึงจุดหมายปลายทางได้

Friday, October 8, 2021

อาคารปลูกพืชผักในเมือง

 ใครจะไปรู้ได้ เมื่อถึงเวลาอาคารอาจจะถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นที่จำกัด สำหรับการสร้างอาหารก็เป็นไปได้


บริหารการรับแดด การรับน้ำฝน ให้ดี อะไรก็เป็นไปได้

Wednesday, January 13, 2021

เปลี่ยนค่ามือถือ

 ใช้ค่ายเดิมมาตั้งแต่แรก ประมาณ 11+4 ปี เห็นจะได้

แต่ด้วยความที่ค่ายเดิมไม่ค่อยมีการพัฒนาด้านอื่น ๆ นอกจากโปรโมชั่น ดังนั้นจึงตัดสินใจเปลี่ยนค่ายดีกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่า "สัญญาณมือถือ เป็นมากกว่าสัญญาณการโทร"


มันก็เหมือนกับถนน ถนนบางที่มีบริการต่าง ๆ มากมาย แต่ถนนเดิมไม่ค่อยมีบริการข้างทางให้ใช้เท่าไหร่


ถึงเวลาเครือข่ายต้องขยับตัวบ้าง

Tuesday, November 6, 2018

เกิดมาทำไม

เมื่อก่อนก็เคยสงสัย แต่พอนาน ๆ เข้าก็ลืมคำถามนี้ไป

แต่ตอนนี้พอจะสรุปได้ว่า


"เกิดมาเพื่อจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดอีก หรือถ้าเกิดก็น่าจะเกิดในสิ่งที่ดีกว่าหรือเท่ากับที่ได้มีโอกาสเกิดมา"

เกิดมาเป็นมนุษย์ มีสิ่งที่เหนือกว่าอย่างอื่นอยู่อย่างเดียวคือ "ปัญญา" จงใช้ปัญญานั้นคิด


มนุษย์ ไม่มี

  • ร่างการที่แข็งแรง เมื่อเทียบกับสัตว์
  • ความเร็ว เหมือน สัตว์
  • ความอดทน เหมือนสัตว์

มนุษย์มีแต่ปัญญาที่ดูเหมือนจะดีกว่าสัตว์


Thursday, February 23, 2017

หนังสือเรียนเพื่อเด็ก

ฟังข่าวเกี่ยวกับหนังสือแบบเรียนของเด็ก ๆ ในการจัดหาหนังสือแบบเรียนให้ทุกปี โดยมีงบประมาณที่ต้องใช้ประมาณ 4-5 พันล้านบาท

จากแต่เดิมที่ผู้ปกครองต้องซื้อหนังสือและแบบเรียนให้เด็ก ๆ เอง

สิ่งที่ผมสังเกต ไม่ได้อยู่ที่มูลค่าที่เราใช้จ่าย

แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ ด้วยยุคสมัยนี้ เรายังจำเป็นที่จะต้องพึ่งแบบเรียนเฉพาะในหนังสือเท่านั้นหรือ?  และผมก็ไม่เชื่อว่าเด็กส่วนใหญ่จะหอบหนังสือที่ยืมกลับบ้าน แล้วไปนั่งทำการบ้าน หรือทบทวนบทเรียน ที่บ้าน

หนังสือจะไร้ค่า ถ้าหากคนถ่ายทอดไม่มีความรู้พอ...

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มันน่าจะมีอะไรใหม่ ๆ ที่ทำให้เด็ก เรียนรู้ด้วยตัวเองได้ เรียนจากวิดีโอ อินเตอเน็ต หรือสัญญาดาวเทียม หรือแม้แต่ครูตู้  แล้วค่อยกลับมานั่งพิจารณาหนังสือ ซึ่งมันเป็นอะไรที่หยิบต้องได้

เทคโนโลนี เดี๋ยวนี้มันทำให้การเข้าถึงข้อมูลมันเท่ากัน ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับว่า คนที่ได้รับข้อมูลจะตักตวงได้เท่าไหร่

Tuesday, February 21, 2017

แบบรวม ๆ กับการทำนา ทำไร่ ทำสวน

ที่ว่าแบบรวม ๆ นั้นหมายถึงรวมแบบสมบูรณ์ทางอาชีพเกษตรกรรม
พอพูดถึงเกษตรกรรมนั้นถ้าให้คุณเริ่ม ก็คงต้องเริ่มจากต้องรู้ว่าจะทำเกษตรอะไรดี เตรียมตัวอย่างไร จะจัดการอย่างไร ดูแลอย่างไร ขายอย่างไร.... อีกมากมาย

แต่พอมาแค่เรื่องการเตรียมพื้นที่ ความคิดก็วิ่งเข้ามาทันที

การเตรียมพื้นที่จากที่ดินเปล่าๆ หรือที่ดินเก่าที่ได้มีการทำเกษตรเดิม ๆ อยู่ ถ้าเอาแบบสมัยใหม่ก็ต้องบอกว่า

อยากให้มีบริษัทที่รับเตรียมการดังต่อไปนี้ให้


  1. สำรวจและเสนอความเหมาะสมของพื้นที่ในการทำเกษตร
  2. วางแผนการเตรียมการ
  3. วางแผนการสร้างพื้นที่เพาะปลูก
  4. วางแผนการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย
  5. สร้าง
  6. ส่งมอบ
อยากให้เหมือนกับบริษัทที่เค้ารับสร้างบ้าน  แต่เป็นการสร้างพื้นที่เกษตร

เดี๋ยวนี้คนมักจะพูดกันแต่ว่าลงทุน ไม่เหมือนรุ่นก่อน ๆ คือลงมือทำก่อน ดังนั้นก็อยากมีบริษัทที่รับทำ-เตรียมให้เลย 

Wednesday, February 15, 2017

เทียน-ชีวิต

เมื่อเทียนเริ่มจุด มันก็เหมือนกับชีวิตเริ่มต้น ไฟค่อย ๆ สว่าง และยังคงสว่าง จนกว่าไฟมันจะดับ หรือ เทียนหมด

ชีวิตก็เหมือนกัน มันเริ่มขึ้น แล้วก็ค่อย ๆ เดินมันไป จนชีวิตดับ หรือ ชีวิตหมด

สิ่งแวดล้อม หรือ อุปสรรค ต่าง ๆ ก็เหมือนกัน มันคอยจะทำให้ไฟดับ แต่ชีวิตที่แข็งกล้า จะยังคงมีไฟที่สองสว่างเสมอ

แต่จะเปร่งแสงอย่างไร ก็มีวันดับอยู่ดี

แสงเทียน เจ้าเอย.. ข้าพึ่งเข้าใจ ก็เพลานี้

Friday, January 29, 2016

หยุดแล้วค่อย ๆ หายใจ กับก้าวต่อไปเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

สิ่งหนึ่งที่ติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด ดูเหมือนจะเป็นความอยากรู้อยากเห็น และโดยโอกาสที่ได้ทำงานกับที่บ้านอย่างหลากหลาย ทำให้ความรู้ทั่วไปผมพอจะมีบ้าง

ตอนนี้ผมเร่ิมเข้าใจแล้วว่าทำไมผมถึงได้มาเรียนวิศวกรรม วิศวกรรมมันสอนให้ผมเรียนรู้อยู่ตลอดว่า ความรู้มีอยู่ทั่วไป

และนี่ดูเหมือนจะเป็นอีกความคิดที่บอกกับตัวเองว่า ต้องหาความรู้เพิ่มอีกแล้ว...

Saturday, June 13, 2015

ซอฟต์แวร์ 3 ช่อง

หลาย ๆ ท่านคงพอจะจำกันได้ว่า การ์ตูน 3 ช่อง เป็นที่นิยมสมัยหนึ่ง เพียงแค่การนำเสนอแค่ช่วงจำกัดเวลา และขนาด

เวลา หมายถึงเวลาที่นักออกแบบ ต้องสรรค์สร้างงานที่ออกมาให้ตามเวลาที่ต้องลงพิมพ์

ส่วนขนาด หมายถึง มันถูกจำกัดด้วยการวางเพียงแค่ 3 ช่องเท่านั้นเอง

สิ่งที่ผู้อ่านได้คือ ความสมบูรณ์ของแก๊ก ที่คิดกันมา

ซอฟต์แวร์ สมัยนนี้ก็เหมือนกัน มันถูกกำหนดด้วยเวลาและขนาดของการนำเสนอเหมือนกัน ต้องเรียบง่าย เข้าใจง่ายและทันเวลา

สิ่งที่ผมชอบมากของการทำการ์ตูน 3 ช่อง คือ มันจบในตัว ไม่ต้องมีภาคต่อ อยากให้ซอฟต์แวร์เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะว่ายุคสมัยของการดูแลรักษาระบบคงต้องหมดไป เพราะว่าการสร้างระบบที่จะต้องจบเพียงการจำกัดเรื่องเวลาและขนาดนั้น ต้องเป็นผลงานที่ดีและดีอยู่ซักระยะหนึ่ง

ส่วนการปรับแต่งระบบให้ดีขึ้นนั้นก็คงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบความต้องการใหม่ต่อไป

ผมไม่อยากให้คนที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ คิดว่า ใช้มันตลอดไป แต่อยากให้คิดว่า ใช่มันเท่าไหร่แล้วคุ้มค่ากับเวลาและขนาดที่ได้มามากกว่า


Saturday, April 18, 2015

เมื่อต้องเขียนเอกสารราชการ ในยุค คอมพิวเตอร์ บนเครื่อง Mac

เมื่อถึงเวลาที่เราต้องเขียนเอกสารราชการ สิ่งที่เราควรคำนึงถึงคือ รูปแบบที่ต้องการนำเสนออย่างเป็นทางการ

เริ่มจากฟอนต์ ถ้าเป็นสมัยก่อนเราคงหากันในเครื่องคอมพิวเตอร์ว่า อันไหนสวย แต่มาคราวนี้เราต้องใช้ฟอนต์ที่ได้ออกแบบมาเฉพาะ นั่นคือ "โครงการฟอนต์มาตรฐานราชการไทย" สามารถหาได้ที่ "โครงการฟอนต์มาตรฐานราชการไทย (http://www.sipa.or.th/th/articles/1555)"

จากนั้นก็มาเริ่มดูเอกสารที่เราต้องการทำ มีแม่แบบให้ใช้หรือไม่ ซึ่งผมเองหาได้จาก สำนักนายกรัฐมนตรี  "การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (http://www.opm.go.th/opmportal/index.asp?pageid=1555&parent=1232&directory=12137&pagename=viewlink1) แต่พอนำมาใช้งานผมก็ใช้แค่ ระยะกั้นของหน้ากระดาษเท่านั้น

แต่พอมาใช้งานบนเครื่อง Mac เราก็จะติดตรงปัญหาที่ตัวเลข ที่อยากใช้เลขไทยเสียเหลือเกิน (ผมงมอยู่นานว่ามีใครพอเคยแก้ปัญหานี้หรือไม่) ด้วยปกติแล้วฟอนต์ที่ได้จาก sipa นั้น ตัวเลขมีทั้งเลขอารบิก และเลขไทย แต่พอเราอยากได้เลขหน้าเป็นเลขไทยนั้น ดูจะยาก

หลังจากค้นหาอยู่สักพัก ก็มีหน่วยงาน "กองพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง" ได้ฝากลิงค์ฟอนต์ที่เป็นตัวเลขไทย ไว้ให้ (http://extension.fisheries.go.th/extension_web/index.php?name=knowledge&file=readknowledge&id=13)

ผมขอแบ่งปันลิงค์ของฟอนต์เผื่อไว้ให้ ที่นี่ (https://drive.google.com/file/d/0B5jGaR1ONpy4U2tDRWd3b29rSk0/view?usp=sharing)

Friday, January 9, 2015

ชีวิตสองภาค

ในขณะที่คนบางกลุ่มภูมิใจในเงินเดือน การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ หรือความสะดวกสบายที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นมา

แต่ก็มี

รอยยิ้มงาม หน้าตาแจ่มใส ใคร่อยากไปท้องทุ่ง ท้องนา หาปลา คุยกับเจ้าทุย หรือเจ้าตูบ ระหว่างไปทำงาน


สีหน้าของสองภาคนี้ช่างต่างกันหรือเกิน

Saturday, October 11, 2014

อะไรเป็นจุดเริ่มต้นของ ผลิตภัณฑ์ใหม่

ณ เวลานี้ดูรายการจากทาง Nation โดยเป็นการ นำผู้บริหารที่นำเสนอบริการใหม่ของสายการบินหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ สายการบิน และรวมไปทั้งผู้โดยสาร คิดว่า การคิดบริการใหม่ ๆ แบบนี้เป็นไปไม่ได้

ทางผู้บริหารกลับบอกว่า สิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ของเรานั้น ไม่ได้เริ่มจากการที่คิดได้ครบไปทั้งหมดแล้วค่อยเริ่ม แต่หากแต่เกิดจากการเริ่มทำทันที แล้วมีการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยน เมื่อถึงเวลา

ผู้บริหารได้พูดเกี่ยวกับการนำ การใช้งานข้อมูลไม่ว่าจะเป็น social network หรือเป็นการนำเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน ออกมาดู แล้วเทียบกับราคา ที่ถึงแม้ว่าราคาค่าโดยสารที่ถูกว่า แต่เมื่อรวมรายได้ที่ได้จากจำนวนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นแล้ว มันทำให้เกิดบริการเหล่านี้ได้

เพราะผู้บริหารมองว่า ลูกค้า มีความกังวลกับราคาค่าโดยสาร มากกว่า กำหนดเวลาที่ต้องเดินทาง ไม่เหมือนกับ สายการบินอื่นที่ต้องออกบิน ณ เวลา ที่ต้องการให้ผู้โดยสารชั้นธุรกิจโดยการ

ราคาค่าโดยสารที่ต่ำลง ต้องได้รับการชดเชย ด้วยโปรโมชั่น โดยใช้แนวคิดใหม่ ๆ

ทำให้เห็นว่า เดี๋ยวนี้ถ้าต้องคิดอะไรแล้วให้ครบแล้วค่อยเริ่มทำ คงจะต้องเป็นธุรกิจใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ถ้าหากต้องการต่อเติมธุรกิจเดิม หรือแตกไปทำธุรกิจที่คล้าย ๆ เดิม คงต้องหันมาดูแนวคิด ข้อมูล การจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็ต้องลงมือทำทันที

Thursday, September 18, 2014

ชีวิต ลง ขึ้น ลง ชึ้น

ช่วงหลังนี้ชีวิตมันผกผัน อยู่ในช่วงลง พยายามทำในปัจจุบันให้มันดี เพื่อพยุงให้ช่วงนี้มันไปได้ โดยคาดว่าในภายหน้าอะไรมันจะมีขึ้นบ้าง

Tuesday, September 9, 2014

เรื่องของสังคม ออนไลน์ ระหว่างผู้สร้างเนื้อหา และผู้ติดตาม

เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็เข้า สังคมออนไลน์ แต่ในโลกสังคมออนไลน์ ก็แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน คือ
ผู้สร้างเรื่อง และผู้ติดตามเรื่อง

คนที่สร้างเรื่องสร้างครั้งเดียว ส่วนผู้ติดตาม ก็ตามเนื้อหาของผู้สร้าง ที่ได้ตามติดไว้

คราวนี้ก็มาถึงว่า ถ้าวันหนึ่ง ๆ ผมมีเนื้อหาที่ต้องติดตามจากผู้สร้างซัก 100 คน มันก็ไม่ต่างอะไรกับอ่านเรื่องชาวบ้าน 100 คน ยิ่งมีเพื่อนเยอะ เรื่องยิ่งเยอะ

เกมส์ของมันก็คือ ผู้สร้าง เสียเวลานิดเดียวในแต่ละเรื่องที่ส่งมาแสดง แต่ผู้ตาม กลับเสียเวลาอ่านเยอะแยะเกินไป

คุณจะเป็นผู้สร้าง หรือผู้ติดตาม ผมคาดเดาไม่ได้

แต่สำหรับผม ผมขอเป็นผู้สร้างเนื้อหา ไว้ให้ผู้สร้างเรื่อง ติดตามดีกว่า

Monday, September 8, 2014

ทีวีหลาย ๆ ช่อง กับรีโมท เจ้าปัญหา

คงมีหลาย ๆ คนมีปัญหาเหมือนผมเหมือนกัน คือ มีช่องทีวีหลาย ๆ ช่อง แต่ต้องคอยเปลี่ยนไปทีละช่องสัญญาณ เพื่อดูว่ามีรายการอะไรที่น่าดูบ้าง

แน่นอน เราสามารถดูตารางเวลาการออกอากาศได้ แต่ผมก็ขี้เกียจที่จะทำเกินไป

อยากให้ระบบโทรทัศน์ มีการดูรายการพร้อม ๆ กันหลาย ๆ ช่อง

Friday, August 29, 2014

เครื่องบินกระดาษ และความทะเยอทยาน

ตอนมัธยม ผมก็เป็นเด็กที่ค่อนข้าง จะลองเล่นอันโน้น ลองเล่นอันนี้ ตั้งแต่ คิดค้นร่มส่วนตัวแบบไม่มีด้าม จนกระทั่งเกมส์ ขุมทรัพย์มหัศจรรย์ พวกแนวต้องแก้ไขปริศนา แล้วจึงจะผ่านด่านได้

แต่หลาย ๆ ฝันก็ดับไปกับ "ไม้เรียว"

เรื่องมันเริ่มจาก อยู่ ๆ วันหนึ่ง คุณครู เข้าห้องสอนช้ากว่าปกติ ผมและเพื่อน ๆ อีกบางคน จึงนึกสนุก นำกระดาษมาพับเป็นเรื่องบิน บ้างก็ร่อน ในห้องเรียน แล้วดูสิว่าอันไหนจะ "ร่อนได้นานกว่ากัน" อันไหนจะร่อนได้สูงกว่ากัน แน่นอนหละว่า มันต้องมีกระดาษ เกลื่อนห้องเรียน บ้างก็ร่อนไปนอกหน้าต่างบ้าง

แล้วคุณครู ก็เดินเข้ามาเห็นพอดี หลาย ๆ ท่านคงเดาออกว่า ได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง แน่นอน ผมและพวกอีกหลายคน โดนไม้เรียวกันถ้วนหน้า

เมื่อเวลาผ่านไปจนมาถึงวันนี้ ผมก็นึกได้ว่า ถ้าช่วงเวลานั้นเกิดมีอะไรมาดนใจให้คุณครู ท่านนั้น มองเห็นความสามารถ หรือจินตนาการ ของพวกนักเรียนดื้อพวกนั้น ท่านคงอยากทำแบบนี้ก็เป็นไปได้

เรียกนักเรียนที่ก่อเรื่องมา แล้วสอบถามว่า พับกระดาษเป็นเครื่องบินอะไรบ้าง แล้วแต่ละแบบมันต่างกันอย่างไร มีหลักคิดอย่างไรในการพัฒนาในแต่ละลำ ถ้ามีการแข่งขันกันพับกระดาษเครื่องบิน พวกเธอจะเข้าร่วมหรือไม่

เหอะๆ ๆ  ไม่แน่ วันนั้น ผมอาจเป็นคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย เข้าแข่งขันการพับกระดาษเครื่องร่อน ก็เป็นไปได้

แต่คุณครู ก็ข้ามตรงนั้นไป โดยตรงไปยังการลงโทษ ทันที่ โดยไม่ได้อธิบาย ถึง ข้อที่ควรจะสอนในสองเรื่องคือ

1. วิทยาศาสตร์
2. คุณธรรม และความรับผิดชอบของการกระทำ

แต่อย่างน้อย ผมก็ยังมาคิดสิ่งเหล่านี้ได้วันนี้... ขอบคุณครับคุณครู

Friday, April 4, 2014

ถ้าไม่มีใครทำ ก็เสกมันขึ้นมาเอง

เรื่องนี้เดิมทีควรจะไปเขียนไว้ที่ wattana-hinchaisri แต่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดมากกว่า จึงขอย้ายมาที่นี่

มันผสมปนเปกันไปหมดตั้งแต่ เรื่องการงาน เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาของ การใช้งานข้อมูล และการหาทรัพยากรบุคคลที่จะมาพัฒนาระบบ

วันนี้จึงขอนำเรื่องที่เป็นปมผูกเข้าด้วยกันไว้ มาค่อย ๆ แก้ออกเป็นลำดับ ตามความเข้าใจของผมแล้วกัน


ข้อมูลกับการนำมาใช้งาน
"มีข้อมูลเยอะมาก อยากรู้โน้น อยากรู้นี่ ทำอย่างไร?" นี่เป็นคำถามสุด ๆ สำหรับระบบที่มีการใช้งานมาซักพักใหญ่ ๆ คำถามนี้จะได้คำตอบกลับมาไม่ยากหากเป็นระบบบัญชี หรือ ระบบพื้นฐานขององค์กร แต่ถ้าหากระบบที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้ เป็นพวก click stream ก็จะหงายเงิบกันไปซักพัก เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่บ่อยครั้งผู้ออกแบบระบบไม่เคยที่จะจัดเก็บให้เป็นโมเดลไว้สำหรับนำกลับมาพิจารณา เช่น log file และยิ่งกว่านั้นพอเป็น stream แล้วก็พบว่า มันเร็ว และเยอะ หรือต่อให้เป็นระบบที่ฐานข้อมูลแบบ relational ก็จะพบว่า ไม่ได้เก็บข้อมูลที่ต้องการไว้ ระหว่างระบบทำงาน ต้องคอยนำแต่ละข้อมูลมาคำนวณใหม่หมดถึงจะได้ข้อมูลที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น ระบบค้นหา ที่ออกแบบมาว่าค้นด้วยคำค้นอะไร ความบ่อยในการค้นของแต่ละคน เมื่อถามว่าอยากรู้ว่า ผลของการค้นหาส่วนใหญ่ผู้ใช้งานเลือกสิ่งที่ต้องการจากหน้าไหน เป็นต้น

วิธีการแก้อันนี้มันก็ต้องอาศัยความชำนาญในการแกะข้อมูลออกมาจากหลาย ๆ แหล่ง แล้วค่อยมาคำนวณ ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างมาก เดี๋ยวนี้ก็พอจะมีเครื่องมือที่มาช่วยทำได้บ้าง แต่ว่าหาคนเข้าใจทั้งข้อมูลและเครื่องมือนั้นยากยิ่ง แล้วถ้าหากข้อมูลที่มีอยู่นั้นต้องอาศัยความเข้าใจในธุรกิจนั้น ๆ ด้วย ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะว่าเครื่องมือพวก BI ในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะมีแค่ Accounting และ  Financial เท่านั้น ครั้นพอจะให้คนที่เคยทำ Accounting หรือ Financial ไปทำ ก็จะพบว่า Data Model ที่เคยทำที่อื่นนั้น มันมาตอบโจทย์ ที่ต้องการไม่ได้

แล้วจะทำอย่างไรหละ?

ดูเหมือนมันคงต้องถามกลับไปว่า ข้อมูลที่อยากได้นั้นมันสำคัญอย่างไร แล้วเอาไปใช้ประโยชน์ ได้ไหม ถ้าได้ ก็คงต้องเริ่มจาก ส่งเงินลงไปทำ เริ่มจาก ขุดข้อมูล แบข้อมูล ออกมาดู แล้วค่อยตัดสินใจสร้างสถาปัตยกรรมของข้อมูลที่ต้องการขึ้นมา แล้วนำไปใช้กับระบบที่ใช้งานอยู่หากเป็นไปได้

ผมเคยลุยกับข้อมูลมหาศาล แล้วแบข้อมูลนั้นมาให้ผู้ที่ตัดสินใจดู แต่พอบอกว่าถ้าหากต้องการจะมีระบบที่สามารถแสดงข้อมูลนี้ได้ในภายหลัง ต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ ก็ยังไม่เห็นมีใครกล้าตัดสินใจซักคน ก็แสดงว่า "ข้อมูลที่แสดงให้ดูยังมีความสำคัญไม่พอ" จึงยังไม่กล้าลงทุน

แล้วมันใช้ BigData มาช่วยได้ไหม... ผมตอบได้เลยว่า ถ้าหากไม่สร้างสถาปัตยกรรมให้ดี อย่างไรก็หืดขึ้นคอ (จำได้ว่าตอนทำแค่ ETL ก็จะเสียผู้เสียคนไปเลยทีเดียว)

และนั่นเป็นส่ิงที่ผมแนะบ่อย ๆ ว่าให้นึกถึงสถาปัตยกรรม ดี ๆ แล้วค่อยออกแบบ แล้วก็ให้นึกได้ว่า เหมือนกับการสร้างสิ่งปลูกสร้าง ถ้ารากฐานเตรียมไว้ดี จะต่อเป็นอะไรก็ไม่ต้องห่วง

โอ้ย.. มีอีกเยอะครับ เล่าให้ฟังเรื่องการเข้าใจข้อมูลนี้ ยาว....

การศึกษาในระบบ
"หาคนที่สามารถมาร่วมงานและทำกันแบบที่ทำอยู่นี้ได้จากที่ไหน ในประเทศไทย?" ปรงเสียเถอะ เพราะว่าเราไม่ได้มีการเตรียมไว้ให้อย่างแน่นอน ลองนึกดู จะมีสถาบันไหนในประเทศไทย ที่จะพัฒนานักเรียนให้มารองรับคุณได้ ในเมื่อในสถาบันนั้น ๆ ยังไม่มีกรณีศึกษาให้ลองเลย เอาง่าย ๆ แค่ฐานข้อมูลที่มีน้ำมีเนื้อให้มาลองฝีมือ ก็หายากแล้ว อีกทั้งยังระบบจัดการโน้น นี่ นั่นอีก

ผมเห็น Development Zone มาก็หลายที่แล้ว แต่ละที่นี่ยังกับสร้างหอคอยแห่งการเขียนโค๊ดเลย ทางสถาบันไหนจะมีเครื่องไม้เครื่องมือได้ขนาดนั้น?

แล้วอีกอย่าง อาจารย์ที่ว่าสอน ๆ กันอยู่ ผมก็พบว่ามีไม่กี่คนที่ได้มาลงไม้ลงมือทำกันจริง ๆ

แล้วอย่าลืมว่าการศึกษาไทย ไม่ได้เน้นที่เก่งอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เน้นว่า เรียนจบแล้วต้องได้ใบ...ซักใบ ก็พอ

มันก็ไม่แปลกหรอกที่ค่อนข้างหา Developer ยากหน่อยในเมืองไทย

ยังมีอีกหลาย ๆ ส่วนที่เราค่อนข้างจะหา Developer ยากคือ

  1. เมื่อเป็น Developer ดี ๆ พออายุได้ ก็จะผลักเค้าให้ไปเป็น Manager ที่ไม่ได้ Develope ซะ เพราะว่า ไม่รู้ว่าจะขึ้นเงินให้อย่างไร
  2. คนที่มีโอกาสดี เรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ ไม่่ค่อยมาทำ Developer เพราะว่าที่บ้านมีหน้าที่การงานให้แล้ว จะมาเป็นผู้ใช้แรงงานทำไม (มองซะ Developer เป็นพวกใช้แรงซะงั้น อันนี้ต้องเขียนเป็นอีกเรื่องได้เลย)
  3. มีคนที่บอกว่าเป็น Developer เยอะ แต่ที่จริงไม่ใช่ แล้วหลาย ๆ บริษัทก็ไม่ค่อยเจอตัวจริง จึงรู้สึกไม่ค่อยมี
  4. Developer ที่คิดว่าดี ส่วนใหญ่จะโดนสูบไปอยู่บริษัท ชื่อเสียงดี ๆ ก่อน แล้วกักบริเวณไว้ จนเป็นง่อย ออกมาทำบริษัทอื่นไม่ได้แล้ว
  5. Developer ดี ๆ หมดแรง หมดไฟ เพราะเจอมรสุมในชีวิต จึงทำให้ต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ซะงั้น


เสกมันขึ้นมา
"ถ้าในสถาบันไม่มี แล้วหาได้ที่ไหน" อ้าว... ยังจะถามอีก
ผมชอบไอเดียอันหนึ่งของนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อมีครอบครัวแล้วและมีลูก เค้าหาโรงเรียนที่คิดว่าที่ดี สำหรับลูกเค้าไม่ได้ เค้าก็เลยตัดสินใจ "เปิดโรงเรียนนั้นซะเลย" แล้วให้ลูกคนอื่น ๆ มาเรียนด้วย โดยอยากให้ลูกเรียนแบบไหน ก็คัดเลือกอาจารย์และทรัพยากรมาเลย

เป็นการตอบโจทย์ที่แยบยลมาก...

มันก็เหมือนกัน ทำไมเรามีสถาบันสอนดนตรี สถาบันวาดรูป สถาบันฝึกวิชาชีพเกษตรกรรม สถาบันโน้น สถาบันนี้ได้ แล้วเราทำไมมี "สถาบันสำหรับพัฒนาคนด้านนี้" ไม่ได้ 

ที่เป็นที่ที่มีการสร้างบุคคลากรทางด้านนี้โดยเฉพาะ เป็นที่ที่มีนักเตะที่มีคุณภาพ ชำนาญ ทางด้านต่าง ๆ มากมาย มีความชำนาญหลายๆ ตำแหน่ง ให้เหล่าบรรดาบริษัทที่มีไอเดีย ในการสร้างธุรกิจ มาเล่าฝัน และให้ทางผู้จัดการทีม จัดหานักเตะที่เหมาะสมในการพัฒนาสิ่งนั้น ๆ ให้ 

มันก็จะสมดุลเอง...






ตอนนี้ผมมีไฟ มีประสบการณ์ มีแรง .... แต่อยากได้ตัวช่วย...บ้าง...​ก็...ดี

Sunday, March 30, 2014

Archtecture Then Design

When you want to build the project
You need to do architecture then design
Without this it's not easy to maintain.

Wednesday, March 26, 2014

ครู อาจารย์ สอน ศิษย์

อ่านเรื่องต่าง ๆ ในนี้ (ปรัชญาการทำงาน) แล้วก็มีความคิดวูบ ขึ้นมา
"ครู สอน อะไรบ้าง?"

ครู อาจารย์ ที่ดี เมื่อสอนศิษย์ แล้ว สิ่งที่อยากให้ศิษย์ที่ดีได้ คือ การมีความรู้เริ่มต้นให้เท่ากับครูที่ได้สอน และนำสิ่งที่สอนนั้นไปคิด วิเคราะห์ และทำให้ตนมีความรู้เพิ่มมากขึ้น

เมื่อเกิดการถ่ายทอดอย่างนี้แล้ว ความรู้ที่เกิดจากครูคนแรก ๆ ก็จะเกิดเป็นความรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไปเอง