Wednesday, February 25, 2009

When you need to ssh to server without entering password.

Loggin into server without password is stupid way. But sometime we need to do that e.g. Cron

So

# CREATE DSA AT CLIENT
user1@client:~$ ssh-keygen -t dsa

Generating public/private dsa key pair.
Enter file in which to save the key (/Users/user1/.ssh/id_dsa):
Enter passphrase (empty for no passphrase):
Enter same passphrase again:
Your identification has been saved in /Users/user1/.ssh/id_dsa.
Your public key has been saved in /Users/user1/.ssh/id_dsa.pub.
The key fingerprint is:
9a:30:11:3c:3c:cf:89:01:3a:e1:5d:bd:49:c9:50:f4 user1@client
The key's randomart image is:
+--[ DSA 1024]----+
|. .+.o*o. |
|.o. B. =. |
|o. ..B..oE |
| . ..+o |
| o S |
| o o |
| o |
| |
| |
+-----------------+

# COPY PUBLIC DSA TO SERVER

user1@client:~$ scp ~/.ssh/id_dsa.pub user1@some.server.com:/home/user1/.ssh

user1@some.server.com's password:
id_dsa.pub 100% 642 0.6KB/s 00:00


# SETUP AUTHORIZED_KEY FROM CLIENT TO SERVER
user1@some.server.com:~$ cd ~/.ssh
user1@some.server.com:~$ touch authorized_keys
user1@some.server.com:~$ chmod 600 authorized_keys
user1@some.server.com:~$ cat id_dsa.pub >> authorized_keys


DONE!

Sunday, February 22, 2009

PyCon

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบบน Python คือ PyCon เพราะว่าเป็นการทำให้เกิด Community และวันนี้ก็เห็นอันนี้พอดี

Google App Engine: How to survive in Google's Ecosystem (#53)

Mr. Jodok Batlogg bio
30min ◊◊ Intermediate
Saturday 01:50pm, Ballroom II
categories: case study, django, gae, web, web services

It all started in 2003 with Plone, continued in 2005 with Zope3 and right now the road seems to go to the Cloud, namely Google App Engine.

In this talk the experiences building a community portal based on Google App Engine will be presented. The main parts are: the App Engine Python SDK, Google's Bigtable, the Admin AJAX interface based on Google Web Toolkit / ext GWT, the delivery frontend using Django, Amazon Webservices handling large files and Content Delivery and of course as mentioned beforehand business aspects.




ต้องลองไปสักครั้ง ว่ามั๋ย

Wednesday, February 11, 2009

Secure TCP/IP Connections with SSH Tunnels กับ PostgreSQL

ผมชอบ SSH ตรงที่มันสามารถทำ SSH Tunnels ได้นี่แหละ และก็อีกครั้งที่ผมได้ประสบการณ์ดี ๆ เกี่ยวกับการใช้งาน Database ระยะไกลอีกครั้ง

|---------------------|
| 222.222.22.222 |
| Postgres:5432 |
|----------|----------|
|
|
|---------------------|
| 10.0.0.01 |
| Firewall |
|----------|----------|
|
|
|---------------------|
| 10.0.0.20 |
| local web server |
|----------|----------|


ดูจากรูป เครื่อง Server ของผมฝากไว้ที่ ISP โดยได้ทำการ ติดตั้ง PostgreSQL และ run ไว้ที่พอร์ต 127.0.0.1:5432 เพราะว่าไม่อยากให้ใครมาต่อ นอกจากที่ตัวมันเอง

คราวนี้ก็เป็นประเด็นว่า แล้วถ้าอยากต่อ Database ไปยังเครื่อง Server จากที่อยู่หลัง FireWall หละ จะทำอย่างไร อย่างแรกที่นึกออกก็คือ VPN

หลังจากติดตั้ง OpenVPN แล้ว ปัญหาก็ตามมา คือ มันช้า แล้วก็หลุดบ่อยด้วย หาทางแก้อยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็มาจบที่ SSH Tunnel อีกตามเคย


เอกสารที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนั้นสามารถอ่านแบบภาษาอังกฤษได้ที่ http://developer.postgresql.org/pgdocs/postgres/ssh-tunnels.html


ขั้นแรกก็ SSh เข้าไปที่เครื่อง local ก่อน
$ ssh username@10.0.0.20

ต่อมาก็ต้องลุยด้วยการสร้าง Tunnel
$ ssh -L 63333:localhost:5432 username@222.222.222.222
# อธิบายได้ดังนี้
# จะทำการสร้าง Tunnel ที่ 10.0.0.20:63333 (เค้าเรียกว่า End of Tunnel) ไปยัง 222.222.222.222:5432 (เรียกว่า End of Remote Tunnel) และก็เป็นพอร์ตที่เปิดให้บริการ Database อยู่ด้วย
# โดยใช้ผู้ใช้งาน username ต่อไปยัง 222.222.222.222

ที่เครื่อง local web server ตรวจดูความเรียบร้อยหน่อยว่า มีการเปิดพอร์ต 63333 ไว้จริงหรือไม่ด้วย
$ netstat -an |grep 63333

จากนั้นก็ลองดูว่าสามารถใช้งาน postgres ได้จากเครื่อง local หรือไม่
$ psql -h localhost -p 63333 -U postgresuser -l


แล้วคุณจะพบกับความมหัศจรรย์

Sunday, February 1, 2009

Finish, Done, Ready ในความหมายของฝรั่ง

อันนี้ดองไว้นาน...

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับคำว่า Finished, Done และ Ready
เวลาใช้งานนั้นต้องดูว่าใช้งานกับใคร ถ้าเป็นคนไทยคำ 3 คำนั้นดูแล้วมีความหมายเหมือนกันคือเสร็จซักที แต่หากนำไปใช้กับฝรั่ง หรือคนที่ยึดมั่นในความหมายของมันแล้วนั้นคุณอาจใช้ผิดก็ได้

คำว่า Finish, Done และ Ready นั้น ในทางปฏิบัติกับฝรั่งนั้นจะมีความหมายว่า เสร็จสิ้น ไม่มีอะไรทำต่อแล้ว ถ้าหากต้องมีการทำต่อคือสิ่งที่เพิ่มเติมภายหลัง แต่บ่อยครั้งที่ผมพลาดไป คือ เสร็จแล้ว แต่ว่าขอแก้ไขตรงนี่นิด ตรงนั้นหน่อย จึงไม่แปลกว่าฝรั่งเค้าจะเคืองได้

ตั่งแต่นั้นเป็นต้นมาผมจึงใช้คำว่า Finish, Done และ Ready น้อย ๆ และเมื่อมันถึงเวลาแล้วเท่านั้น

Monday, December 29, 2008

สิ่งที่ได้จากวังน้ำเขียว

จากบทความเก่า "ปีนี้ไปไหนดี ... วังน้ำเขียว"

"นั่น ๆ เห็นภูเขาลูกนั้นหรือเปล่า? เรากำลังจะขับไปที่นั้นแหละ" เป็นประโยคหนึ่งที่ผมได้เอ่ยกับคนที่นั่งรถไปกับผม ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดแรกที่เราจะเห็นภูเขาที่เรากำลังจะไป และบนนั้นเป็นดินแดนที่ใคร ๆ ก็นิยมไปพักผ่อนกันในยามนี้ นั้นคือ "วังน้ำเขียว".

อำเภอ วังน้ำเขียว ที่ผมเข้าใจคือเป็นส่วนหนึ่งของสองจังหวัด คือ นครราชสีมาและปราจีนบุรี สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ มาได้หลาย ๆ ทาง แต่ทางที่ผมชอบคือ มาจากทางกบินทร์บุรี เพราะว่าการเดินทางสะดวกกว่าการเดินทางมาจากสระบุรี แต่ถ้าใครอยากขับรถชมความงานของเขาแผงม้าหละก็ แนะนำมาทางเขาใหญ่ครับ เอาไว้จะเขียนอีกบทความถึงเขาแผงม้า.

ถ้าหากดูแผนที่ภูมิทัศน์กูเกิล จะเห็นว่า อ.วังน้ำเขียวนั้นเป็นพื้นที่ราบบนภูเขา มีภูเขาล้อมรอบ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 14-28 องศาเซลเซียส และเนื่องจากภูมิอากาศอย่างนี้นี่เอง หลาย ๆ คนจึงอยากมาสัมผัสบรรยากาศ ถัดจาก อ.วังน้ำเขียวขึ้นไปคือ อ.ปักธงชัย เป็นดินแดนแห่งผ้าไหม และเป็นเส้นทางไป อ.เมือง จ.นครราชสีมาด้วย

"แผนที่" พูดถึงแผนที่แล้วฮา ที่จริงแล้วผมขับโดยไม่ใช้แผนที่ก็ได้เพราะเคยไปมาแล้ว แต่ผมดันติดแผนที่ที่หาได้จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นแผนที่ที่ใช้สำหรับระบบระบุตำแหน่ง หรือที่เรียกว่า GPS พิมพ์ออกมาได้ 33 แผ่น อย่างละเอียด แต่มันดูเหมือนเป็นของเล่นระหว่างทางมากกว่า เพราะว่าการพิมพ์ออกมาไม่ได้ระบุเลขหน้าไว้ ทำให้พวกเราต้องใช้เวลาในการเรียงหน้ากัน แต่... ด้วยมือสมัครเล่นอย่างพวกผม ทำให้การใช้แผนที่ครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า แผนที่ถูกต้อง คือ ผมจะคอยบอกคนที่กำลังเล่นตัวต่อว่า เราผ่าน จุดนี้ จุดโน้น มาแล้ว แล้วทางผู้เล่นจึงค่อยเจอแผนที่แต่ละแผ่น ครั้งนี้จึงได้บทเรียนที่ดี 2 ข้อคือ ข้อที่ 1 ให้นำแผนที่แผ่นใหญ่ ๆ ติดตัวไปด้วย ส่วนข้อ 2 ระหว่างทางถ้ามีเกมส์เล่นของผู้ร่วมเดินทาง คนขับรถจะได้ไม่เหงา เอาไว้แก้เผ็ดคนที่ชอบนอนระหว่างทาง

เส้นทางที่เราต้องขับให้เจออันแรกคือ ถนนสาย 304 ซึ่งจะเป็นถนนที่มุ่งหน้าไปสู่ อ.วังน้ำเขียว ขับไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องเลี้ยว แล้วเราจะผ่าน อ.กบินทร์บุรี เราก็จะเห็นป้ายที่บอกว่าตรงไป อ.วังน้ำเขียว

"ปั๊มน้ำมัน" สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยไปเส้นทางนี้ หลังจากผ่าน อ.กบินทร์บุรี มุ่งหน้าไปยัง อ.วังนำ้เขียว จะเห็นป้าย บอกเป็นระยะว่า "ปั้มสุดท้ายอยู่ข้างหน้า อีก ... กิโลเมตร" ถ้าหากคุณเป็นคนต้องเติมน้ำมันมียี้ห้อหละก็ แนะนำให้เติมแถว ๆ อ.กบินทร์บุรีนะครับ


"ภูเขาข้างหน้า นั่นหมอกหรือควัน" จากประสบการณ์จากเขาใหญ่ ทำให้เราไม่แน่ใจว่า นั่นหมอกหรือไม่ เพราะเคยตกอยู่ท่ามกลาง หมอกที่มีฝนตกลงมาเยอะมาก จากจุดนี้ถ้าหากเปิดกระจกแล้วขับรถดู อากาศเย็นมาเยือนแล้วครับ

หลังจากผ่าน อุทยานแห่งชาติทับลาน นั้นแสดงว่า เรากำลังขึ้นเขาครับ ทางขึ้นเขานั้นดูจะอันตรายหน่อย เพราะว่า เป็นทางที่ค่อนข้างชันและเล็ก เป็นทางที่มีรถบรรทุกผ่านเยอะมาก แถมยังแซงยากอีกด้วย ดังนั้นผู้ที่จะขับผ่านทางนี้จะต้องมีความชำนาญรถที่ท่านขับซักหน่อย พอผ่านช่วงเขาแล้วเราก็จะพบว่ามีตลาดและชุมชนเกิดขึ้นที่นี่ ขับไปอีกระยะ เราจะพบกับป้ายบอกทางให้กลับรถ

"กลับรถเข้าซอย" อันที่จริงสิ่งที่ผมคิดไว้คือ อ.วังน้ำเขียวน่าจะหมายถึงทั้งอำเภอ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่แท้จริงแล้ว มันแค่ซอย หรือ ถนนเดียวเอง น่าเสียดาย

หลังจากกลับรถและเข้าไปในถนนที่มุ่งสู่ ต.ไทยสามัคคี แล้ว ระหว่างทางจะเห็นว่ามีสถานที่เที่ยวมากมาย


อ่านต่อฉบับหน้าแล้วกัน

Monday, December 8, 2008

วัฒนธรรมประจำชาติ (Updated)

ผมมีความคิดอยู่อย่างแล่นเข้ามาในสมองพอดี ขอจดไว้ก่อน

ถ้าหากเรานั้นถูกซึมซับไปด้วยวัฒธรรมจากต่างประเทศเช่น

อเมริกา สินค้าและวัฒนธรรมการเรียน
ยุโรบ การเรียน อันนี้เจอเอง
ญึ่ปุ่น มาจากเพลง และกิโมโน
ไตหวัน เริ่มจาก F4 มั้ง นักร้อง
เกาหลี มาโดยภาพยนต์และเพลง
จีน สินค้าและภาษาที่ต้องติดต่อ


แล้วแต่ละวัฒนธรรมก็ตามมาด้วยสินค้า ที่ธรรมดา แต่อยากมี อยากเห็น อยากเที่ยว

สิ่งที่สะท้อนกลับมาให้เห็นความสำเร็จของสิ่งเหล่านี้คือ วัยรุ่น วัยรุ่นเรากำลังถูกซึมซับ และบังคับให้เปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ไปแต่ละยุคและสมัย แล้วสิ่งเหล่านี้จะรู้อีกทีก็ถูกกลืนกินแล้ว

--- Updated --
ผมนึกภาพไม่ออกตอนที่ ถ้าฝรั่งมาบ้านเราแล้วถามว่า ชุดไทย หรือการไหว้ แบบไทย ๆ เป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้เห็นแต่จับมือแล้วบอกว่า Haloo

Monday, November 10, 2008

ปีนี้ไปไหนดี ---> วังน้ำเขียว


เดือนหน้าแล้วสิ วังน้ำเขียว ขับผ่านตั้งหลายรอบ แต่ไม่ค่อยได้เข้าไปดู ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง