วันนี้นั่งรับประทานอาหารกลางวันที่เพิงข้างทางร้านประจำ ....
ผมกำลังป้อนข้าวคำที่ 3 เข้าปาก และเคี้ยวด้วยความหิวและอร่อย ปรากฏว่า อยู่ ๆ ก็มีชายแปลกหน้า เอ๋ยขึ้นมาว่า
ชายแปลกหน้า "สวัสดีครับคุณทำงานในพาราไดซ์พาร์ค หรือไม่?"
ผม "ผมกำลังทานข้าวอยู่ครับ"
ชายแปลกหน้า "ผมถามว่าทำงานที่พาราไดซ์พาร์ค หรือเปล่า?"
ผม "ผมกำลังทานข้าวอยู่ครับ"
แล้วจากนั้นชายแปลกหน้าก็ทำท่าไม่พอใจ แล้วก้มลงมาดูที่หน้าอกเสื้อผม อาจกำลังมองหาโลโก้บริษัท
ผมเลยโบกมือแล้วก็เน้นย้ำว่า "ผมกำลังกินข้าวอยู่ครับ"
พี่แกท่าทางไม่พอใจแล้วก็เดินไปถามโต๊ะอ่ื่นต่อไป แล้วต่อมาก็มาทำหน้าตาไม่พอใจผมอีก...
ผมทำอะไรผิดหรือเนี่ย....!
Monday, October 18, 2010
Thursday, October 7, 2010
ข้าวไทย อีกจุดอ่อนหนึ่งที่กลายเป็นจุดแข็งของคนอื่นไป
หลังจากอ่านบทความนี้ "วิกฤติส่งออกข้าวไทยในอาเซียน" ผมก็ต้องขอมาบันทึกความเห็นไว้หน่อย
ที่จริงแล้วเรื่องข้าว ๆ นี่ผมว่าไม่น่าจะมีใครกินขาดคนไทยได้ เพราะว่าเราทำกันมานาน ตั้งแต่ผมจำความได้ก็ได้ยินว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" นั่นแสดงว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมมาแต่กำเนิด แต่พอเรียนประถม ก็ได้ยินคำว่า อุตสาหกรรมใหม่ (นิค)
นับเป็นเวลามากกว่า 30 ปี... ไทยยังคงเป็นอะไรไม่รู้ ไม่ใช่ทั้ง เกษตรกรรม หรือ นิค อย่างที่อยากเป็น พอจะกลับไปเป็นเกษตรกรรม พื้นที่ก็น้อยลง พอจะไปเป็นนิค ก็ไม่มีความชำนาญ ไม่มีแม้กระทั้งจะคัดลอกเค้ามา
ผมหวังว่าเราคงยังกลับลำทัน...
"เวียดนามมีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทย"
พื้นที่ปลูกของเวียดนามก็ไม่ได้มีมากมายกว่าประเทศไทย แถมยังมีการขยายตัวของอุตสาหกรรม (โรงงาน) เพิ่มขึ้นมากมาย แต่ทำไม ผมว่าเค้าทำให้พื้นที่ ๆ มีอยู่สามารถปลูกได้อย่างคุ้มค่ามากกว่า เช่น กำหนดผลผลิตต่อไร่ ควบคุมน้ำ ควบคุมเวลา
"เวียดนามมีต้นทุนปลูกและผลิตข้าวต่ำกว่าไทย"
ต้นทุนถูก! ถ้าบอกว่าถูกกว่าประเทศไทย ทำไมเราไม่จ้างเค้ามาทำหละครับ อิ อิ ผมว่าเหตุผลน่าจะเป็นว่า ต้นทุนอย่างอื่นถูกกว่า เช่น ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ย่าฆ่าแมลง แล้วอีกอย่างคือ ผมไม่เคยเห็นว่าต้นทุนที่ไหนจะมีแนวโน้มถูกลงเลย
"รัฐบาลมีนโยบายที่แน่นอนในการสนับสนุน"
รัฐบาลเวียดนาม ลดปุ๋ย ลดยาฆ่าแมลง เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และเพิ่มกำไร แต่ชาวนาไทยเราส่วนมากยังเข้าใจว่า ใส่ปุ่ยเยอะ ๆ จะดี ใส่ยาฆ่าแมลงสิ ไม่อย่างนั้นจะเหลืออะไรเก็บเกี่ยว รัฐบาลไทยช่วยชาวนาเหมือนดังที่เค้าว่ากันว่า "ช่วยหาปลามาให้กิน มากกว่าช่วยสอนวิธีหาปลา" คือ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น พยุงราคาข้าว ออกเงินให้เกษตรกรกู้เพื่อซื้อปุ๋ย ซึ่งถ้าชาวนาไทยยังหวังพึ่งรัฐบาลอย่างเดียวคงแย่
ที่จริงแล้วเรื่องข้าว ๆ นี่ผมว่าไม่น่าจะมีใครกินขาดคนไทยได้ เพราะว่าเราทำกันมานาน ตั้งแต่ผมจำความได้ก็ได้ยินว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" นั่นแสดงว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมมาแต่กำเนิด แต่พอเรียนประถม ก็ได้ยินคำว่า อุตสาหกรรมใหม่ (นิค)
นับเป็นเวลามากกว่า 30 ปี... ไทยยังคงเป็นอะไรไม่รู้ ไม่ใช่ทั้ง เกษตรกรรม หรือ นิค อย่างที่อยากเป็น พอจะกลับไปเป็นเกษตรกรรม พื้นที่ก็น้อยลง พอจะไปเป็นนิค ก็ไม่มีความชำนาญ ไม่มีแม้กระทั้งจะคัดลอกเค้ามา
ผมหวังว่าเราคงยังกลับลำทัน...
"เวียดนามมีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทย"
พื้นที่ปลูกของเวียดนามก็ไม่ได้มีมากมายกว่าประเทศไทย แถมยังมีการขยายตัวของอุตสาหกรรม (โรงงาน) เพิ่มขึ้นมากมาย แต่ทำไม ผมว่าเค้าทำให้พื้นที่ ๆ มีอยู่สามารถปลูกได้อย่างคุ้มค่ามากกว่า เช่น กำหนดผลผลิตต่อไร่ ควบคุมน้ำ ควบคุมเวลา
"เวียดนามมีต้นทุนปลูกและผลิตข้าวต่ำกว่าไทย"
ต้นทุนถูก! ถ้าบอกว่าถูกกว่าประเทศไทย ทำไมเราไม่จ้างเค้ามาทำหละครับ อิ อิ ผมว่าเหตุผลน่าจะเป็นว่า ต้นทุนอย่างอื่นถูกกว่า เช่น ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ย่าฆ่าแมลง แล้วอีกอย่างคือ ผมไม่เคยเห็นว่าต้นทุนที่ไหนจะมีแนวโน้มถูกลงเลย
"รัฐบาลมีนโยบายที่แน่นอนในการสนับสนุน"
รัฐบาลเวียดนาม ลดปุ๋ย ลดยาฆ่าแมลง เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และเพิ่มกำไร แต่ชาวนาไทยเราส่วนมากยังเข้าใจว่า ใส่ปุ่ยเยอะ ๆ จะดี ใส่ยาฆ่าแมลงสิ ไม่อย่างนั้นจะเหลืออะไรเก็บเกี่ยว รัฐบาลไทยช่วยชาวนาเหมือนดังที่เค้าว่ากันว่า "ช่วยหาปลามาให้กิน มากกว่าช่วยสอนวิธีหาปลา" คือ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น พยุงราคาข้าว ออกเงินให้เกษตรกรกู้เพื่อซื้อปุ๋ย ซึ่งถ้าชาวนาไทยยังหวังพึ่งรัฐบาลอย่างเดียวคงแย่
Friday, October 1, 2010
ธนาคาร สมุดบัญชี ใบนำฝาก ใบถอน
เราไปธนาคารทำไม? กิจกรรมที่ผมไปที่ธนาคารมีดังนี้
- นำเงินเข้าบัญชี
- นำเงินออกจากบัญชี
วันนี้มีธนาคารหนึ่งพอเวลาเราจะไปฝากหรือถอน เค้าจะแจ้งว่า "ไม่ต้องเขียนเอกสารนำฝากค่ะ สามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนได้เลย".... เข้าทางเรา !!! เพราะส่วนใหญ่มักจะลืมพกติดตัวไปด้วย
กระบวนการในการนำฝาก/ถอนที่เราคุ้นเคยกันคือ
- กดบัตรลำดับ
- กรอกใบนำฝาก/ถอน ซึ่งก็มีข้อมูลดังนี้
- สาขาที่มา
- วันที่
- ชื่อบัญชี
- เลขที่บัญชี
- จำนวนเงินบาท
- จำนวนเงินเป็นตัวอักษร
- ชื่อผู้ฝาก/ถอน
- หมายเลขโทรศัพท์ผู้ฝาก/ถอน
- เมื่อถึงลำดับก็ยื่นเอกสาร
- พนักงานนับเงิน
- พนักงานกดเลขที่บัญชีตามเอกสารที่เขียน
- พนักงานทำรายการ
- พนักงานกล่าวขอบคุณ
- ผมตรวจสอบรายการทางสมุดนำฝาก
- เดินออกจากเคาน์เตอร์
ผมจำได้ว่าเราทำอย่างนี้มาตั้งแต่เป็นเด็กเลยนี่หว่า ...
กลับมาถามตัวเองว่า
- ทำไมต้องกรอกข้อมูลในใบนำฝากหรือถอน ในเมื่อผมมีสมุดบัญชี หรือบัตรประชาชนไปด้วย
- ตกลงแล้ว ผมควรจะจำเลขที่บัญชี หรือว่า จะนำสมุดบัญชีไปดีกว่ากัน หรือว่า จำเลขที่ประจำตัวประชาชนก็พอ
- ธนาคารเค้าเก็บใบนำฝากหรือใบถอน เราไปทำอะไรหว่า... ถ้าพรุ่งนี้ผมมาขอดูเค้าจะมีให้ผมดูหรือไม่
Friday, September 24, 2010
สะพานเชื่อมโยง
วันก่อนขับรถผ่านตรงสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) เห็นมีโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมายใกล้ ๆ กัน ก็เลยขอเสนอความคิดว่า ให้ทำการสร้างสะพานเชื่อมแต่ละโครงการไว้เลย จะได้เดินไปมาหากันสะดวกขึ้น จะได้เป็นชุมชนคอนโดของจริง
Monday, September 20, 2010
การเมืองเรื่องใกล้ตัว
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาปิดช่องทางรับข่าวสารเรื่องการเมืองหมด ใครถามความเห็นอะไรก็บอกได้อย่างเต็มปากว่า "ไม่รู้เลยครับ ไม่ได้ติดตาม" การปิดการรับรู้แบบนี้ก็ดีไปอย่างนะครับ ไม่ต้องคอยติดตาม
แต่ก็ไม่สามารถปิดได้หมด เพราะวันนี้อ่านหนังสือพิมพ์แล้วก็ต้องขอมาวิจารณ์สักหน่อย
ไม่มีคำลงท้ายนะ...
แต่ก็ไม่สามารถปิดได้หมด เพราะวันนี้อ่านหนังสือพิมพ์แล้วก็ต้องขอมาวิจารณ์สักหน่อย
- จะดีกว่าถ้า "เปลี่ยนจากบอกว่าใครควรทำอะไร เป็นผมควรทำอะไร"
- เลิกบอกคนอื่นให้ทำตาม ให้บอกเค้าไปตามข้อแรก ให้คิดเองได้แล้ว
- บอกคนข้าง ๆ คุณว่า วันนี้ต้องทำงาน ต้องทำอย่างอื่นบ้าง มันเสียเวลาไปมากแล้ว
- เรากำลังเอาอนาคตลูกหลาน มาต่อรองกัน ทำไมไม่ให้เค้าทำกันเอง
- ให้คนอื่นบ้าง แล้วทุกคนจะได้
ไม่มีคำลงท้ายนะ...
Friday, September 17, 2010
คอนโด กลางเมืองแบบใหม่ ๆ ในความคิดผม
วันนี้ขับรถลงทางด่วนบางนา เลี้ยวซ้ายมาเจอกับตึกที่เค้าเรียกว่า "คอนโด" อยู่ ๆ ก็มีความคิดประหลาด (มาก ๆ ) ว่า ทำไมคอนโดถึงต้องเป็นก้อนสี่เหลี่ยม หรือไม่ก็เป็นแท่งกลม ๆ สูง ๆ เป็นอย่างนี้ได้หรือไม่
มัันจะเหมือนจอมปลวกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ?
"เอาดินดี ๆ มาถมกันเป็นภูเขา ปลูกต้นไม้ยืนต้น แล้วเจาะช่องข้างในภูเขาเป็นห้อง ๆ แบบ studio, 1 bed room หรือ 2 bed room ข้างในมี ลิฟท์และทางเดินบริการเรียกได้ว่ามีเหมือนกับ คอนโดสมัยนี้แหละ "
"ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรง"
มัันจะเหมือนจอมปลวกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ?
Wednesday, September 1, 2010
True Hi-Speed internet Cafe'
วันนี้หลังจากเสร็จภาระกิจในการอบรมการใช้งานระบบ เราก็มุ่งหน้ามาที่ Futune ที่ที่เป็นถิ่นของ True
ตอนนี้เหลือเวลาที่ต้องทำงานประจำวันอีก 1.30 ชั่วโมง ...
ขอทำงานผ่าน WiFi หน่อย แน่นอนเราต้องเข้าไปที่ True Coffee
กว่าจะได้ใช้งาน True WiFi ได้เราก็ต้องจ่ายเงินค่ากาแฟไปตั้ง 210 บาท (รวมค่า internet 50 บาท) ที่แปลกใจคือ ราคาของการใช้งาน Internet ถ้าหากเราใช้ WiFi ผ่านเครื่องของเรา เราจะเสียค่าใช้บริการ ชั่วโมงละ 150 บาท แต่หากเราใช้เครื่องตั้งโต๊ะของ True เราจะจ่ายที่ 50 บาท/ชั่วโมง
สงสัยค่าไฟที่เราใช้ WiFi จะแพงกว่าค่าใช้ผ่านสาย LAN
ว่าไหม?
ตอนนี้เหลือเวลาที่ต้องทำงานประจำวันอีก 1.30 ชั่วโมง ...
ขอทำงานผ่าน WiFi หน่อย แน่นอนเราต้องเข้าไปที่ True Coffee
กว่าจะได้ใช้งาน True WiFi ได้เราก็ต้องจ่ายเงินค่ากาแฟไปตั้ง 210 บาท (รวมค่า internet 50 บาท) ที่แปลกใจคือ ราคาของการใช้งาน Internet ถ้าหากเราใช้ WiFi ผ่านเครื่องของเรา เราจะเสียค่าใช้บริการ ชั่วโมงละ 150 บาท แต่หากเราใช้เครื่องตั้งโต๊ะของ True เราจะจ่ายที่ 50 บาท/ชั่วโมง
สงสัยค่าไฟที่เราใช้ WiFi จะแพงกว่าค่าใช้ผ่านสาย LAN
ว่าไหม?
Subscribe to:
Posts (Atom)