Thursday, January 21, 2010

Web Application

อยู่ ๆ ก็มีคำถาม ถามมาว่า "มันเป็น web application" แล้วใช้บน Internet ไม่ได้หรือ?

เนื่องจากระบบที่พัฒนานั้นปกติใช้งานอยู่ บน LAN มาตั้งแต่ ปี 2004 อยู่ดี ๆ ก็มีความคิดว่าจะนำไปไว้ที่ Data Center แล้วให้ผู้ใช้งาน ใช้งานผ่าน internet

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Web Application  แต่ปัญหามันอยู่ที่ไม่เคยใช้ผ่าน Internet ด้วยสิ่งแวดล้อมและจำนวนผู้ใช้งานที่เท่า ๆ กันมากกว่า

ผมเลยนึกได้ว่าแต่ก่อน กว่าจะอธิบายคำว่า web service ให้หลายคนเข้าใจได้แทบแย่ เพราะเค้าไปยึดติดว่า web คือ Internet ดังนั้น web service จึงต้องมี internet ซะงั้น

หลายคนเข้าใจว่า web = internet !

พอ ๆ กับ แฟ๊บ = ผงซักฟอก!

ผมคิดว่าเข้าใจผิด!  web ในที่นี้น่าจะหมายถึง เครือข่าย มากกว่า

ดังนั้นคำถามข้างบน ที่ถามว่า "แล้วใช้บน internet ไม่ได้หรือ?" จึงขอตอบแบบกวน ๆ ว่า

"ใช้ได้ แต่ใครจะรับผิดชอบถ้าหากมันใช้ไม่ได้? เพราะมันเคยใช้งานบน LAN ได้"

SVN proxy repository server!




แล้วงานก็เข้าอีกทีเมื่อเกิดปัญหาดังนี้

มีการติดตั้งการใช้งาน Application Server ที่ Data Center โดยที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานผ่านทาง Internet

แต่แล้วเมื่อทางเราทำการแก้ไข Application ที่บริษัท และต้องการ Update Application ผ่านทาง SVN ก็เกิดปัญหาขึ้นดังนี้


  1. ทาง Data Center ไม่สามารถทำการกำหนด Firewall โดยให้สิทธิ์การ SVN ผ่าน Dynamic DNS ได้ ต้องใช้ IP อย่างเดียว ซึ่งงานนี้ไม่สะดวกแน่ 
  2. ถึงแม้จะทำการต่อ VPN จาก Local Network ไปยัง Application Server ได้ ก็ต้องขอเปิด Port เพื่อทำการ SVN มายัง Local Network ผ่านทาง VPN อยู่ดี  ก็ไม่สะดวกอีก ตามข้อ 1
  3. ถ้าหากใช้การ Upload code ที่ทำการ Release version ไว้แล้ว ก็จะทำให้ใช้ Bandwidth มาก เพราะว่าไฟล์มีขนาดใหญ่ อีกทั้ง เราก็มี SVN Repository นี่นา
โชคดีที่เมื่อก่อนทำงานเป็น System Engineer มาบ้าง วิธีแก้ของผมก็มีดังนี้นะครับ

เนื่องจากเรามี Server ที่ใช้งานเป็น Application อยู่ ก็เลยขอนำมาทำเป็น SVN proxy repository โดยจะต้องให้ทาง Data Center ทำการกำหนดให้สามารถทำการเชื่อมต่อ มายังเครื่องนี้ผ่านทาง protocal ที่กำหนด

จากนั้นเครื่องที่ SVN proxy repository ก็ทำการสร้าง Tunnel ที่เชื่อมต่อมายังเครื่อง Repository Server ตามนี้ Tunnel


แล้วเครื่อง Application ก็ทำการ SVN update ผ่านทาง SVN proxy ได้แล้ว

สร้าง Tunnel ระหว่าง SVN proxy repository (2.2.2.2) มายังเครื่อง Local Network (1111.dyndns.org)
svn-proxy:$ ssh -L 2.2.2.2:8443:localhost:443 username@1111.dyndns.org

Update SVN ผ่านทาง SVN proxy repository
application-server:$ svn up https://2.2.2.2:8443/ssvn/project/trunk 

ซึ่งเราก็จะใช้งานได้แล้ว

สรุป:  ผู้พัฒนาระบบนอกจากจะต้องเข้าใจในเรื่องของ Application Software แล้ว ควรจะเข้าใจในส่วนของ โครงสร้างเครือข่ายด้วย

ปล. (น้อยใจนิด ๆ ) เนื่องจากเราเป็น local company จึงไม่รู้ว่า เวลาที่เป็น international company ถ้าต้องการเปิดสิทธิ์นี้ ทาง Data Center เค้าจะรีบทำกันขนาดไหน อิ อิ

Thursday, January 7, 2010

I'll ... later.

My UK's friend says about Thai people.

After he walked through JJ market. He learn about traditional Thai people and hard to adopt for this.


After a long conversation...

my friend: Would you like to join my business?
        Thai: It's look very interesting. But i'll do it later.

? But .... my friend want to said "later never comes".


That is Thai.

Monday, January 4, 2010

ขอ 30 วินาที ให้ผมข้ามถนน

ช่วงหยุดยาวปีใหม่ ไม่ได้ไปเที่ยวไหนไกลจากบ้านเท่าไหร่ ตกเย็นก็เลยมีโอกาสเดินไปทานอาหารแถวสี่แยก การเดินของผมเป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งก็ว่าได้ เพราะว่าความคิดหรือขบวนการในการคิดจะแว๊บ เข้ามาได้มากมาย และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง


"ผมอยากได้เวลา 30 วินาทีในการข้ามถนน"

มันจะดีทีเดียวถ้าหากรถจากทุกทางของสี่แยกที่ผมจะข้าม หยุด ให้ผมและหลาย ๆ คนข้ามถนน ผมว่าเวลาแค่ 30 วินาทีเพื่อคนข้ามถนนนั้น ไม่ได้มากมายอะไร แต่ทำให้ชีวิตของคนเดินถนนดีขึ้นเยอะเลย

บ่อยครั้งที่ผมข้ามถนนโดยไปได้แค่ครึ่งเดียวก็ต้องยืนรอให้รถติดอีกครั้ง ทำให้ชีวิตต้องคอยประคับประคอง และรอคอยจังหวะที่เหมาะสมในการก้าวต่อไป  ดูแล้วก็อิจฉาคนญี่ปุ่น เค้ามีจังหวะให้คนข้ามถนนด้วย ไม่ใช่มีไฟจราจรให้เฉพาะรถยนต์อย่างเดียว

นึก ๆ ดูข้อดีของการให้สัญญาณกับคนข้ามถนนของญี่ปุ่นก็มีดีดังนี้

1. คนข้ามจะคำนวนเวลาในการข้ามและอัตราความเร็วในการเดินของตัวเองได้ หากต้องทำการข้ามไปอีกมุมถนน
2. ความเป็นระเบียบและการเคารพกฏจะมีตามมาทันที น่าจะไม่มีใครฝ่าไฟแดง เพราะว่าทุกทางข้ามมีคนข้ามกันหมด
3. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำสะพานลอยถึง 4 อัน เหมือนแถวสะพานควาย และอีกหลาย ๆ ที


น่าอิจฉาดี

Sunday, January 3, 2010

อนาคตที่เปลี่ยนไป

ความเดิมจากตอนที่แล้ว "ยืมคำมาจาก heroes"

ผมชอบความฝันตรงที่มันเปลี่ยนกันได้ทุกเวลานี่แหละ วันนี้ขอเปลี่ยนอีกนิด

  1. คนสวน (อันนี้เหมือนเดิม)
  2. IT- ผมคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าจ่ายเงินให้ผมโดยที่ผมไม่ต้องคอยไปนำเสนอสินค้า หรือว่า demo ด้วยตัวเอง และเพื่อนร่วมงานทุกคนไม่ต้องมาเจอกันทุกวัน แค่มานั่งคุยกัน หรือเดินเสรี เซ็นเตอร์ บางครั้ง เพื่อคุย update ก็พอ
  3. หาอะไรที่ทำได้ทุกวัน วันละน้อยวันละนิด เหมือนน้ำซึมบ่อทราย
  4. สุดท้ายก็... เก็บความรู้บนเส้นทางนี้ที่มีอยู่ 10 ปี มาทำให้เป็นประโยชน์ ต่อตัวเองและผู้อื่น


BitTorrent บิตทอเรนท์

คุณเคยใช้ บิตฯ หรือไม่? คุณรู้หรือไม่ว่ามันทำงานอย่างไร?

วันนี้ลองอ่านดู ก็ค้นพบว่า มีสิ่งที่ซ่อนอยู่ดังนี้


  1. ในโครงข่าย การแบ่งปันไม่มีที่สิ้นสุด และเร่ิมจากต้องมีผู้ให้ก่อนเสมอ
  2. เมื่อคุณได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ให้แบ่งให้คนอื่นด้วย 
  3. ทุกคนทีสิทธิ์เป็นทั้ง seed และ peer ไม่ใช่ server หรือ client
ถ้าให้ผมคิดธุรกิจกับ บิตฯ ผมจำทำอย่างนี้
  1. ขาย Bandwidth
  2. ขาย Harddisk
  3. โรงภาพยนต์ด้วย bit 


ref: http://en.wikipedia.org/wiki/BitTorrent_(protocol)

Saturday, January 2, 2010

เราเรียนที่จะเป็นคนอื่น มากกว่าเรียนที่จะเป็นตัวเอง

จากบทความที่แล้ว เรื่องการเรียนที่ไม่ประสบความสำเร็จ 

พอดีนั่งดูรายการต่อ เป็นการเรียนเรื่องภาษาอังกฤษ  ผมชอบคำที่ คริส เดลิเวอรี่ พูดไว้ "เราก็พูดภาษาอังกฤษแบบ ไทย ๆ นี่แหละ จะไปพูดแบบเค้าทำไม ดูอย่างสิงคโปร์สิ" เราใช้ภาษาอังกฤษก็เพื่อสื่อสารกันให้รู้เรื่องไม่ใช่หรือ

มันจะทำอะไรได้ ถ้าหากสอบได้คะแนนภาษาอังกฤษสูง ๆ แต่เวลาพูดกับคนต่างชาติ พูดกันไม่รู้เรื่อง

ผมชอบความคิดแบบญี่ปุ่น เค้ารักวัฒนธรรมเค้า จนกระทั้งอะไรก็ตามที่จะเข้าไปที่ญี่ปุ่น ต้องเปลี่ยนตาม พอมาดูคนไทยก็เหนื่อย เราดันไปทำตัวไปตามเค้าซะงั้น

เวลาเราจะไปสื่อสารกับคนญี่ปุ่น ระหว่างฝึกพูดภาษาอังกฤษ กับภาษาญี่ปุ่น คุณจะเลือกอะไร ผมเลือกภาษาญี่ปุ่น!

ไหงเวลาฝรั่งมาบ้านเราทำไมเราต้องฝึกภาษาอังกฤษหว่า? ทำไมเค้าไม่ฝึกภาษาไทยหละ